วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ประเทศรัสเซีย (Russia)

ประเทศรัสเซีย มีชื่อเต็มว่าประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 10,000,000 ตารางกิโลมตร มีเมืองหลวงคือกรุงมอสโค (Moscow) ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนเหนือ ติดกับขั้วโลกเหนือ


                               


ประเทศรัสเซียเป็นประเทศเขตหนาว มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีภาษาราชการคือภาษารัสเซีย มีประชากร 146,000,000 คน (ประมาณ 2 เท่าของประชากรของประเทศไทย) มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 11 ของโลก กล่าวคือมี GDP ขนาด 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินที่ใช้คือสกุลรูเบิล โดยมีอัตาแลกเปลี่ยนราว 33 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ (มีค่าใกล้เคียงกับค่าเงินบาทของไทย)
Cr.เกร็ดความรู้.net 

อาการตื่นนอนแล้วเพลีย เกิดจากอะไร?

นอนไม่พอ – พบว่าเป็นสาเหตุหลักของอาการตื่นนอนอ่อนเพลีย อาจเป็นเพราะนอนดึก ทำงานหนักเกินไปจนร่างกายอ่อนล้ามาก

นอนหลับไม่สนิท – ในบางรายที่นอนหลายชั่วโมงก็สามารถพบอาการอ่อนเพลียได้ถ้าการนอนนั้นเป็นการนอนที่หลับไม่สนิท อันเนื่องมาจากความเครียด ความคิดฟุ้งซ่านในสมอง ไม่สามารถบริหารความคิดของตนเองได้

เป็นโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง – โรคนี้จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ทั้งวัน ไม่ใช่เพียงแค่ภายหลังการตื่นนอนเท่านั้น ซึ่งโรคนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคแต่เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้องของเราเอง เช่นการนอนดึก การกินอาหารขยะมากเกินไปจนร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ก็สามารถทำให้เกิดอาการตื่นนอนแล้วเพลียได้ 

                           

คำคมวันละครั้ง..

                   Logic will get you from A to Z; imagination will get you everywhere… Albert Einstein

กาแฟ ประโยชน์ที่มากกว่า..


                                 

เมืองหลวงประเทศต่างๆทั่วโลก

เมืองหลวง (Capital City) คือเมืองเอก เมืองหลัก หรือเมืองที่สำคัญที่สุดของประเทศนั้นๆ ซึ่งโดยปกติแล้วเมืองหลวงของทุกประเทศจะเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆของประเทศ ทั้งศูนย์กลางของการปกครอง เศรษฐกิจ ศูนย์กลางการเงินและการธนาคาร หน่วยงานราชการที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นแหล่งงานที่สำคัญของทุกประเทศ

ประเทศเกรเนดา เมืองหลวงคือ กรุงเซนต์จอร์เจส (Saint George’s)
ประเทศเกาหลีเหนือ เมืองหลวงคือ กรุงเปียงยาง (Pyongyang)
ประเทศเกาหลีใต้ เมืองหลวงคือ กรุงโซล (Seoul)
ประเทศเคนยา เมืองหลวงคือ กรุงไนโรบี (Nairobi)
ประเทศเซเชลส์ เมืองหลวงคือ กรุงวิกตอเรีย (Victoria)
ประเทศเซเนกัล เมืองหลวงคือ กรุงดาการ์ (Dakar)
ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส เมืองหลวงคือ กรุงบาสแตร์ (Basseterre)
ประเทศเซนต์ลูเซีย เมืองหลวงคือ กรุงแคสตรีส์ (Castries)
ประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เมืองหลวงคือ กรุงคิงส์ทาวน์ (Kingstown)
ประเทศเซอร์เบีย เมืองหลวงคือ กรุงเบลเกรด (Belgrade)
ประเทศเซาตูเมและปรินซิปี เมืองหลวงคือ กรุงเซาตูเม (São Tomé)
ประเทศเซาท์ซูดาน เมืองหลวงคือ กรุงจูบา (Juba)
ประเทศเซียร์ราลีโอน เมืองหลวงคือ กรุงฟรีทาวน์ (Freetown)
ประเทศเดนมาร์ก เมืองหลวงคือ กรุงโคเปนเฮเกน (Copenhagen)
ประเทศเติร์กเมนิสถาน เมืองหลวงคือ กรุงอาชกาบัต (Ashgabat)
ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์) เมืองหลวงคือ กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)
ประเทศเนปาล เมืองหลวงคือ กรุงกาฐมาณฑุ (Kathmandu)
ประเทศเบนิน เมืองหลวงคือ กรุงปอร์โต-โนโว (Porto-Novo)
ประเทศเบลเยียม เมืองหลวงคือ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels)
ประเทศเบลารุส เมืองหลวงคือ กรุงมินสก์ (Minsk)
ประเทศเบลีซ เมืองหลวงคือ กรุงเบลโมแพน (Belmopan)
ประเทศเปรู เมืองหลวงคือ กรุงลิมา (Lima)
ประเทศเม็กซิโก เมืองหลวงคือ กรุงเม็กซิโกซิตี (Mexico City)
ประเทศเยเมน เมืองหลวงคือ กรุงซานา (Sana’a)
ประเทศเยอรมนี เมืองหลวงคือ กรุงเบอร์ลิน (Berlin)
ประเทศเลโซโท เมืองหลวงคือ กรุงมาเซรู (Maseru)
ประเทศเลบานอน เมืองหลวงคือ กรุงเบรุต (Beirut)
ประเทศเวเนซุเอลา เมืองหลวงคือ กรุงการากัส (Caracas)
ประเทศเวียดนาม เมืองหลวงคือ กรุงฮานอย (Hanoi)
ประเทศเอกวาดอร์ เมืองหลวงคือ กรุงกีโต (Quito)
ประเทศเอธิโอเปีย เมืองหลวงคือ กรุงแอดดิสอาบาบา (Addis Ababa)
ประเทศเอริเทรีย เมืองหลวงคือ กรุงแอสมารา (Asmara)
ประเทศเอลซัลวาดอร์ เมืองหลวงคือ กรุงซานซัลวาดอร์ (San Salvador)
ประเทศเอสโตเนีย เมืองหลวงคือ กรุงทาลลินน์ (Tallinn)
ประเทศเฮติ เมืองหลวงคือ กรุงปอร์โตแปรงซ์ (Port-au-Prince)
ประเทศแกมเบีย เมืองหลวงคือ กรุงบันจูล (Banjul)
ประเทศแคเมอรูน เมืองหลวงคือ กรุงยาอุนเด (Yaoundé)
ประเทศแคนาดา เมืองหลวงคือ กรุงออตตาวา (Ottawa)
ประเทศแซมเบีย เมืองหลวงคือ กรุงลูซากา (Lusaka)
ประเทศแทนซาเนีย เมืองหลวงคือ กรุงโดโดมา (Dodoma)
ประเทศแองโกลา เมืองหลวงคือ กรุงลูอันดา (Luanda)
ประเทศแอนติกาและบาร์บูดา เมืองหลวงคือ กรุงเซนต์จอนส์ (Saint John’s)
ประเทศแอฟริกาใต้ เมืองหลวงคือ กรุงพริทอเรีย (Pretoria)
ประเทศแอฟริกากลาง เมืองหลวงคือ กรุงบังกี (Bangui)
ประเทศอัลบาเนีย เมืองหลวงคือ กรุงติรานา (Tirana)
ประเทศแอลจีเรีย เมืองหลวงคือ กรุงแอลเจียร์ (Algiers)
ประเทศโกตดิวัวร์ (ไอวอรี โคสท์) เมืองหลวงคือ กรุงยามุสซุโกร (Yamoussoukro)
ประเทศโครเอเชีย เมืองหลวงคือ กรุงซาเกร็บ (Zagreb)
ประเทศโคลัมเบีย เมืองหลวงคือ กรุงโบโกตา (Bogotá)
ประเทศโซมาเลีย เมืองหลวงคือ กรุงโมกาดิชู (Mogadishu)
ประเทศโตโก เมืองหลวงคือ กรุงโลเม (Lomé)
ประเทศโบลิเวีย เมืองหลวงคือ กรุงซูเกร (Sucre)
ประเทศโปแลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงวอร์ซอว์ (Warsaw)
ประเทศโปรตุเกส เมืองหลวงคือ กรุงลิสบอน (Lisbon)
ประเทศโมซัมบิก เมืองหลวงคือ กรุงมาปูโต (Maputo)
ประเทศโมนาโก เมืองหลวงคือ กรุงโมนาโก (Monaco)
ประเทศโมร็อกโก เมืองหลวงคือ กรุงราบัต (Rabat)
ประเทศโรมาเนีย เมืองหลวงคือ กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest)
ประเทศโอมาน เมืองหลวงคือ รัฐสุลต่านโอมาน (Sultanate of Oman)
ประเทศไซปรัส เมืองหลวงคือ กรุงนิโคเซีย (Nicosia)
ประเทศไทย เมืองหลวงคือ กรุงเทพมหานคร (Bangkok)
ประเทศไนเจอร์ เมืองหลวงคือ กรุงนีอาเม (Niamey)
ประเทศไนจีเรีย เมืองหลวงคือ กรุงอาบูจา (Abuja)
ประเทศไมโครนีเซีย เมืองหลวงคือ กรุงปาลีกีร์ (Palikir)
ประเทศไลบีเรีย เมืองหลวงคือ กรุงมันโรเวีย (Monrovia)
ประเทศไอซ์แลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงเรคยาวิก (Reykjavík)
ประเทศไอร์แลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงดับลิน (Dublin)
ประเทศกรีซ เมืองหลวงคือ กรุงเอเธนส์ (Athens)
ประเทศกัมพูชา เมืองหลวงคือ กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
ประเทศกัวเตมาลา เมืองหลวงคือ กรุงกัวเตมาลาซิตี (Guatemala City)
ประเทศกาตาร์ เมืองหลวงคือ กรุงโดฮา (Doha)
ประเทศกานา เมืองหลวงคือ กรุงอักกรา (Accra)
ประเทศกาบอง เมืองหลวงคือ กรุงลีเบรอวิล (Libreville)
ประเทศกาบูเวร์ดี เมืองหลวงคือ กรุงไปรอา (Praia)
ประเทศกายอานา เมืองหลวงคือ กรุงจอร์จทาวน์ (Georgetown)
ประเทศกินี เมืองหลวงคือ กรุงโกนากรี (Conakry)
ประเทศกินี-บิสเซา เมืองหลวงคือ กรุงบิสเซา (Bissau)
ประเทศคอโมโรส เมืองหลวงคือ กรุงโมโรนี (Moroni)
ประเทศคองโก เมืองหลวงคือ กรุงกินชาซา (Kinshasa)
ประเทศคอซอวอ เมืองหลวงคือ กรุงพริชตีนา (Pristina)
ประเทศคอสตาริกา เมืองหลวงคือ กรุงซานโฮเซ (San José)
ประเทศคาซัคสถาน เมืองหลวงคือ กรุงอัสตานา (Astana)
ประเทศคิริบาส เมืองหลวงคือ กรุงตาระวา (Tarawa)
ประเทศคิวบา เมืองหลวงคือ กรุงฮาวานา (Havana)
ประเทศคีร์กีซสถาน เมืองหลวงคือ กรุงบิชเคก (Bishkek)
ประเทศคูเวต เมืองหลวงคือ กรุงคูเวตซิตี (Kuwait City)
ประเทศจอร์เจีย เมืองหลวงคือ กรุงทบิลิซิ (Tbilisi)
ประเทศจอร์แดน เมืองหลวงคือ กรุงอัมมาน (Amman)
ประเทศจาเมกา เมืองหลวงคือ กรุงคิงส์ตัน (Kingston)
ประเทศจิบูตี เมืองหลวงคือ กรุงจิบูตี (Djibouti)
ประเทศจีน เมืองหลวงคือ เมืองหลวงคือ กรุงปักกิ่ง (Beijing)
ประเทศชาด เมืองหลวงคือ กรุงเอ็นจาเมนา (N’Djamena)
ประเทศชิลี เมืองหลวงคือ กรุงซานติอาโก (Santiago)
ประเทศซานมารีโน เมืองหลวงคือ กรุงซานมารีโน (San Marino)
ประเทศซามัว เมืองหลวงคือ กรุงอาปีอา (Apia)
ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมืองหลวงคือ กรุงริยาด (Riyadh)
ประเทศซิมบับเว เมืองหลวงคือ กรุงฮาราเร (Harare)
ประเทศซีเรีย เมืองหลวงคือ กรุงกรุงดามัสกัส (Damascus)
ประเทศซูดาน เมืองหลวงคือ กรุงคาร์ทูม (Khartoum)
ประเทศซูรินาม เมืองหลวงคือ กรุงปารามารีโบ (Paramaribo)
ประเทศญี่ปุ่น เมืองหลวงคือ กรุงโตเกียว (Tokyo)
ประเทศดอมินีกา เมืองหลวงคือ กรุงโรโซ (Roseau)
ประเทศตรินิแดดและโตเบโก เมืองหลวงคือ กรุงพอร์ตออฟสเปน (Port of Spain)
ประเทศตองกา เมืองหลวงคือ กรุงนูกูอะโลฟา (Nukuʻalofa)
ประเทศติมอร์-เลสเต เมืองหลวงคือ กรุงดิลี (Dili)
ประเทศตุรกี เมืองหลวงคือ กรุงอังการา (Ankara)
ประเทศตูนิเซีย เมืองหลวงคือ กรุงตูนิส (Tunis)
ประเทศตูวาลู เมืองหลวงคือ กรุงฟูนะฟูตี (Funafuti)
ประเทศทาจิกิสถาน เมืองหลวงคือ กรุงดูชานเบ (Dushanbe)
ประเทศนครรัฐวาติกัน เมืองหลวงคือ วาติกัน (Vatican)
ประเทศนอร์เวย์ เมืองหลวงคือ กรุงออสโล (Oslo)
ประเทศนามิเบีย เมืองหลวงคือ กรุงวินด์ฮุก (Windhoek)
ประเทศนิคารากัว เมืองหลวงคือ กรุงมานากัว (Managua)
ประเทศนิวซีแลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงเวลลิงตัน (Wellington)
ประเทศบราซิล เมืองหลวงคือ กรุงบราซีเลีย (Brasília)
ประเทศบรูไนดารุสซาลาม เมืองหลวงคือ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan)
ประเทศบอตสวานา เมืองหลวงคือ กรุงกาโบโรเน (Gaborone)
ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เมืองหลวงคือ กรุงซาราเยโว (Sarajevo)
ประเทศบังกลาเทศ เมืองหลวงคือ กรุงธากา (Dhaka)
ประเทศบัลแกเรีย เมืองหลวงคือ กรุงโซเฟีย (Sofia)
ประเทศบาร์เบโดส เมืองหลวงคือ กรุงบริดจ์ทาวน์ (Bridgetown)
ประเทศบาห์เรน เมืองหลวงคือ กรุงมานามา (Manama)
ประเทศบุรุนดี เมืองหลวงคือ กรุงบูจุมบูรา (Bujumbura)
ประเทศบูร์กินาฟาโซ เมืองหลวงคือ กรุงวากาดูกู (Ouagadougou)
ประเทศบาฮามาส เมืองหลวงคือ กรุงแนสซอ (Nassau)
ประเทศปาเลสไตน์ เมืองหลวงคือ กรุงเยรูซาเลม (Jerusalem)
ประเทศปาเลา เมืองหลวงคือ กรุงเมเลเกอ็อก (Melekeok)
ประเทศปากีสถาน เมืองหลวงคือ กรุงอิสลามาบัด (Islamabad)
ประเทศปานามา เมืองหลวงคือ กรุงปานามาซิตี (Panama City)
ประเทศปาปัวนิวกินี เมืองหลวงคือ กรุงพอร์ตมอร์สบี (Port Moresby)
ประเทศปารากวัย เมืองหลวงคือ กรุงอาซุนซีออน (Asunción)
ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงคือ กรุงปารีส (Paris)
ประเทศพม่า เมืองหลวงคือ กรุงเนปิดอว์ (Nay Pyi Taw)
ประเทศฟิจิ เมืองหลวงคือ กรุงซูวา (Suva)
ประเทศฟินแลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)
ประเทศฟิลิปปินส์ เมืองหลวงคือ กรุงมะนิลา (Manila)
ประเทศภูฏาน เมืองหลวงคือ กรุงทิมพู (Thimphu)
ประเทศมองโกเลีย เมืองหลวงคือ กรุงอูลานบาตอร์ (Ulan Bator)
ประเทศมอนเตเนโกร เมืองหลวงคือ กรุงพอดกอรีตซา (Podgorica)
ประเทศมอริเชียส เมืองหลวงคือ กรุงพอร์ตหลุยส์ (Port Louis)
ประเทศมอริเตเนีย เมืองหลวงคือ กรุงนูแอกชอต (Nouakchott)
ประเทศมอลโดวา เมืองหลวงคือ กรุงคีชีเนา (Chișinău)
ประเทศมอลตา เมืองหลวงคือ กรุงวัลเลตตา (Valletta)
ประเทศมัลดีฟส์ เมืองหลวงคือ กรุงมาเล (Malé)
ประเทศมาเลเซีย เมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur)
ประเทศมาซิโดเนีย เมืองหลวงคือ กรุงสโกเปีย (Skopje)
ประเทศมาดากัสการ์ เมืองหลวงคือ กรุงอันตานานาริโว (Antananarivo)
ประเทศมาลาวี เมืองหลวงคือ กรุงลิลองเว (Lilongwe)
ประเทศมาลี เมืองหลวงคือ กรุงบามาโก (Bamako)
ประเทศยูเครน เมืองหลวงคือ กรุงเคียฟ (Kiev)
ประเทศยูกันดา เมืองหลวงคือ กรุงกัมปาลา (Kampala)
ประเทศรวันดา เมืองหลวงคือ กรุงคิกาลี (Kigali)
ประเทศรัสเซีย เมืองหลวงคือ กรุงมอสโก (Moscow)
ประเทศลักเซมเบิร์ก เมืองหลวงคือ ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)
ประเทศลัตเวีย เมืองหลวงคือ กรุงรีกา (Riga)
ประเทศลาว เมืองหลวงคือ กรุงเวียงจันทน์ (Vientiane)
ประเทศลิเบีย เมืองหลวงคือ กรุงตริโปลี (Tripoli)
ประเทศลิกเตนสไตน์ เมืองหลวงคือ กรุงวาดุซ (Vaduz)
ประเทศลิทัวเนีย เมืองหลวงคือ กรุงวิลนีอุส (Vilnius)
ประเทศวานูอาตู เมืองหลวงคือ กรุงพอร์ตวิลา (Port Vila)
ประเทศศรีลังกา เมืองหลวงคือ กรุงโกตเต (Kotte)
ประเทศสเปน เมืองหลวงคือ กรุงมาดริด (Madrid)
ประเทศสโลวาเกีย เมืองหลวงคือ กรุงบราติสลาวา (Bratislava)
ประเทศสโลวีเนีย เมืองหลวงคือ กรุงลูบลิยานา (Ljubljana)
ประเทศสวาซิแลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงอัมบาบาเน (Mbabane)
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองหลวงคือ กรุงเบิร์น (Bern)
ประเทศสวีเดน เมืองหลวงคือ กรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm)
ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองหลวงคือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington, D.C.)
ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองหลวงคือ กรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi)
ประเทศสหราชอาณาจักร เมืองหลวงคือ กรุงลอนดอน (London)
ประเทศสาธารณรัฐเช็ก เมืองหลวงคือ กรุงปราก (Prague)
ประเทศโดมินิกัน เมืองหลวงคือ กรุงซานโตโดมิงโก (Santo Domingo)
ประเทศสาธารณรัฐคองโก เมืองหลวงคือ กรุงบราซซาวิล (Brazzaville)
ประเทศสิงคโปร์ เมืองหลวงคือ สิงคโปร์ (Singapore)
ประเทศหมู่เกาะโซโลมอน เมืองหลวงคือ กรุงโฮนีอารา (Honiara)
ประเทศหมู่เกาะมาร์แชลล์ เมืองหลวงคือ กรุงมาจูโร (Majuro)
ประเทศออสเตรเลีย เมืองหลวงคือ กรุงแคนเบอร์รา (Canberra)
ประเทศออสเตรีย เมืองหลวงคือ กรุงเวียนนา (Vienna)
ประเทศอันดอร์รา เมืองหลวงคือ กรุงอันดอร์ราลาเวลลา (Andorra la Vella)
ประเทศอัฟกานิสถาน เมืองหลวงคือ กรุงคาบูล (Kabul)
ประเทศอาเซอร์ไบจาน เมืองหลวงคือ กรุงบากู (Baku)
ประเทศอาร์เจนตินา เมืองหลวงคือ กรุงบัวโนสไอเรส (Buenos Aires)
ประเทศอาร์มีเนีย เมืองหลวงคือ กรุงเยเรวาน (Yerevan)
ประเทศอิเควทอเรียลกินี เมืองหลวงคือ กรุงมาลาโบ (Malabo)
ประเทศอิตาลี เมืองหลวงคือ กรุงโรม (Rome)
ประเทศอินเดีย เมืองหลวงคือ กรุงนิวเดลี (New Delhi)
ประเทศอินโดนีเซีย เมืองหลวงคือ กรุงจาการ์ตา (Jakarta)
ประเทศอิรัก เมืองหลวงคือ กรุงแบกแดด (Baghdad)
ประเทศอิสราเอล เมืองหลวงคือ กรุงเทอาวีฟ (Te Aviv)
ประเทศอิหร่าน เมืองหลวงคือ กรุงเตหะราน (Tehran)
ประเทศอียิปต์ เมืองหลวงคือ กรุงไคโร (Cairo)
ประเทศอุซเบกิสถาน เมืองหลวงคือ กรุงทาชเคนต์ (Tashkent)
ประเทศอุรุกวัย เมืองหลวงคือ กรุงมอนเตวิเดโอ (Montevideo)
ประเทศฮอนดูรัส เมืองหลวงคือ กรุงเตกูซิกัลปา (Tegucigalpa)
ประเทศฮังการี เมืองหลวงคือ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest)
Cr.เกร็ดความรู้.net 

คนเมืองมีโอกาสเสี่ยงมากเป็นมะเร็ง


                                  

วิธีเลือกไข่ไก่ง๊ายง่าย

                                 
                                

อันตรายจากยาพาราเซตามอล!!


                                     

พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวด และลดไข้ที่คนไทยนิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเชื่อว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง จริงอยู่ที่พาราเซตามอลมีข้อดีที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะ 

แต่แท้จริงแล้วพาราเซตามอลมีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุด คือ การเกิดพิษต่อตับ หากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป ภาวะเป็นพิษต่อตับจากยาพาราเซตามอลนั้น เกิดได้ทั้งจากความตั้งใจรับประทานยาเกินขนาดเพื่อทำร้ายตัวเอง 

                                            
ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดตับอักเสบเฉียบพลัน และเกิดภาวะตับวาย ซึ่งอาการอาจรุนแรงถึงขั้นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ หรือเสียชีวิต หากไปรับการรักษาไม่ทันท่วงที

                                           

วิธีกินยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัย
-ปริมาณที่เหมาะสมของยาพาราเซตามอลนั้นขึ้นอยู่กับอายุของผู้ใช้ พาราเซตามอล 1 เม็ดมักมีปริมาณ 500 มิลลิกรัม
-รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ไม่เกินวันละ 4 ครั้ง แต่ไม่ควรกินเกิน 8 เม็ดใน 1 วัน
-ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วัน ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลาก จะทำให้เป็นพิษต่อตับได้
-หากมีความผิดปกติ หรือมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร บวมบริเวณตับ ให้รีบพบแพทย์ทันที
-ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้

7 เคล็ดลับ ฉีดน้ำหอมให้ติดทนนาน

ถ้าพูดถึงน้ำหอมที่ชอบใช้ หลายๆคนก็คงจะยกมือตอบและบอกว่าชอบกลิ่นนั้นกลิ่นนี้เป็นแน่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน หลายๆ คนก็ต้องทำหน้าฉงน พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เพราะไม่รู้เคล็ดลับในการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน 


                                           


1. ควรฉีดน้ำหอมบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เป็นวิธีดั้งเดิมที่สุด และเบสิกที่สุดข้อแนะนำคือไม่ควรฉีดซ้ำที่เดิมมากเกินไป ควรฉีดพรมไปในส่วนอื่นๆบ้าง

2. ฉีดน้ำหอมบริเวณข้อพับ ข้อศอก ติ่งหู หรือข้อมือ เพราะส่วนนี้นั้นเป็นซอกหรือมุมที่เป็นเนื้ออ่อน ทำให้น้ำหอมนั้นสามารถเกาะติดกลิ่นได้นานกว่าส่วนอื่นๆโดยเฉพาะส่วนที่ต้องเจอกับลมกับแดดบ่อยๆ

3. หลังจากทาโลชั่นบำรุงผิวแล้ว ควรฉีดพรมน้ำหอมให้ทั่วบริเวณที่ทาโลชั่น วิธีนี้จะช่วยให้น้ำหอมนั้นติดผมทนนานได้มากขึ้น

4. ในกรณีที่ผิวแพ้น้ำหอม ให้ฉีดพรมน้ำหอมลงบนผ้าเช็ดหน้า จากนั้นให้พับเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ

5. ฉีดน้ำหอมลงบนข้าวของใช้ส่วนตัวเช่นกระเป่า หรือเครื่องสำอางบ้าง จะช่วยให้รอบตัวคุณหอมฟุ้ง  ข้อแนะนำก็คือไม่ควรประเคนลงไปจนเปียกชุ่ม เอาแค่พรมบางๆก็พอ

6. ควรสลับกลิ่นน้ำหอมที่ใช้บ้าง ตามอารมณ์ เช่นกลางวันให้ใช้น้ำหอมกลิ่นหนึ่ง และกลางคืนให้ใช้น้ำหอมอีกกลิ่นหนึ่ง สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน

7. หากใครรีดผ้าเอง ควรเอาน้ำหอมมาพรมลงบนเสื้อผ้าของคุณบ้าง แล้วรีดทับลงไป แค่นี้กลิ่นของน้ำหอมจะติดลึกอยู่ในใยผ้า ไม่จางหายไปง่ายๆ แต่ต้องดูด้วยว่าผ้าที่ใส่นั้นเป็นแบบไหน หากพรมลงไปเนื้อผ้าจะเสียหายหรือไม่ ตลอดจนน้ำหอมก็เลือกชนิดที่ไม่เป็นคราบอีกด้วย

เมื่อธนบัตรชำรุดควรทำอย่างไร?

และธนบัตรเหล่านั้นสามารถนำไปแลกคืนได้ที่ไหนบ้าง





ธนบัตรหรือเงินนั้น ทำมาจากใยฝ้ายผสมกระดาษเป็นซะส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อใช้ไปนานๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมักจะมีการชำรุดหรือฉีกขาด โดยเฉพาะกับธนบัตรที่ใช้มานานแล้วจนเก่า 

ดังนั้นหลายคนอาจจะมีคำถามว่า หากธนบัตรในมือเกิดการชำรุดขึ้นมาแล้ว จะสามารถจัดการอย่างไรได้บ้าง (ข้อมูลอ้างอิงจาก พรบ. เงินตรา พ.ศ. 2501)

                                           

                                          


                                         

1. หากธนบัตรนั้นฉีกขาดหรือชำรุดไม่มาก เช่นมุมใดมุมหนึ่งขาดออกไป โดยที่ส่วนที่ขาดนั้นไม่ได้หล่นหายไปไหน แนะนำให้ใช้เทปใสแปะปิดทับรอยขาดได้เลย ยังสามารถใช้ชำระหนี้ หรือซื้อของได้ตามปกติ แต่วิธีนี้เหมาะสำหรับธนบัตรที่ชำรุดไม่มากนักนะครับ หากขาดหรือแหว่งไปมากๆ ไม่แนะนำให้ทำอย่างเด็ดขาด

2. หากธนบัตรนั้นขาดครึ่ง หรือขาดออกจากกันจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ให้นำไปแลกที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยจะแลกได้เพียงครึ่งราคาของมูลค่าเท่านั้นนะครับ (มีหลายคนถามว่า ธนาคารทั่วไปแลกได้หรือไม่ ตอบว่าได้ครับ แต่จะให้บริการเฉพาะวันพุธเท่านั้น)

3. ธนบัตรขาดครึ่งและต่อผิด หมายถึงธนบัตรที่ขาดออกจากกันแล้วถูกซ่อมแซม แต่เป็นการซ่อมแซมโดยใช้ชิ้นส่วนจากธนบัตรฉบับอื่น) สามารถนำไปแลกได้ที่ธนาคารออมสิน โดยจะแลกได้เต็มมูลค่าของราคาธนบัตร แต่มีข้อแม้ว่าส่วนที่นำมาต่อกันจะต้องสมบูรณ์ทั้งสองส่วน

4. ธนบัตรที่ชำรุดแบบขาดวิ่น มักพบได้ในกรณีที่ถูกปลวกแทะ ฉีกขาด หรือไฟไหม้ หากส่วนที่เหลือของธนบัตรนั้นมีปริมาณมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์สามารถนำไปแลกได้เต็มมูลค่าของธนบัตร

5. ธนบัตรที่ชำรุดแบบลบเลือน มักจะพบเห็นได้ในธนบัตรเก่า คือจะมีสภาพหมึกลบเลือน หรือตัวธนบัตรเปลี่ยนสีไปจากเดิม อาจจะเนื่องมาจากสาเหตุต่างกัน เช่นโดนน้ำ หรือน้ำยาเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ถ้าเป็นกรณีนี้ให้นำไปแลกได้เต็มมูลค่าของธนบัตร แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นธนบัตรของจริงเท่านั้น

สำหรับสถานที่แลกเปลี่ยนเงินตรา หรือธนบัตรที่ชำรุดนั้น นอกจากธนาคารออมสินแล้ว ท่านยังสามารถนำไปแลกได้ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย เขตบางขุนพรหม รวมถึงสำนักงานคลังจังหวัด และสำนักงานคลังอำเภอได้ทั่วประเทศ โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้ใดๆ

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

10 อันดับ เมืองค่าครองชีพสูงสุดในโลก 2014

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของแต่ละเมือง จะถูกนำมาแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ก่อนนำไปเปรียบเทียบกันโดยใช้กรุงนิวยอร์ก ซึ่งมีค่าดัชนีตายตัวที่ 100 เป็นฐานในการพิจารณา

อันดับที่ 1 สิงคโปร์
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 6 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 130

                           



อันดับที่ 2 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 8 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 129

                          



อันดับที่ 3 กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 4 (ร่วม) ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 128


                         



อันดับที่ 4 เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 7 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 125

                          



อันดับที่ 5 นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 3 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 120

                          



อันดับที่ 6 (ร่วม) การากัส ประเทศเวเนซุเอลา
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 9 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 118

                         



อันดับที่ 6 (ร่วม) กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 10 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 118

                         



อันดับที่ 6 (ร่วม) เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 4 (ร่วม) ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 118

                         



อันดับที่ 6 (ร่วม) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 1 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 118

                         



อันดับที่ 10 เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
ปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 15 ปัจจุบันดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 117

                         

วางโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนเครื่องร้อนจนไหม้

ช็อค เด็กหญิงวัย 13 ปี ในอเมริกา วางโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนเวลานอน เครื่องร้อนจนไหม้ ด้านบริษัทผู้ผลิตเตรียมตรวจสอบสาเหตุ

เกิดเหตุสุดช็อคเมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งวางโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนแล้วเกิดเครื่องร้อนจนไฟลุกไหม้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา

                                        


                                      วางโทรศัพท์ไว้ใต้หมอน

เมื่อ เอเรียล โทลฟรี เด็กหญิงวัย 13 ปีกำลังจะเข้านอนและได้วางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งไว้ใต้หมอน แต่เมื่อเธอนอนไปได้สักพัก็ได้กลิ่นไหม้แต่เธอก็ไม่คิดอะไร ซึ่งต่อมาเอเรียลได้กลิ่นไหม้แรงขึ้นจนพบว่าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ใต้หมอนกำลังไหม้

ซึ่งพ่อของเธอคาดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ในครั้งนี้อาจจะมาจากการที่โทรศัพท์ร้อนเกินไปจนทำให้แบตเตอรี่บวม ช๊อตและไหม้ในที่สุด

ทั้งนี้บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นดังกล่าวเผยว่า โทรศัพท์ของตนมีความปลอดภัยและได้มีการเตือนเรื่องนี้ในสมุดคู่มือแล้ว โดยระบุว่า ไม่ควรห่อหรือคลุมโทรศัพท์ด้วยชุดเครื่องนอน หรือผ้าใดๆก็ตาม เนื่องจากส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายอากาศของโทรศัพท์ เอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการไหม้หรือการระเบิด สำหรับกรณีนี้เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทผู้ผลิตได้นำโทรศัพท์เครื่องที่เกิดเหตุไปตรวจสอบสาเหตุอย่างแน่ชัดอีกครั้ง

ภาษาไทยปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤต

โพลล์ชี้ การใช้ภาษาไทยปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤต ไลน์-เฟซบุ๊ค ทำภาษาผิดเพี้ยน

เนื่องในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) จึงได้สำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ“ภาษาไทยบนสังคมออนไลน์ของคนรุ่นใหม่” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนคนรุ่นใหม่ ที่มีอายุ 15-35 ปี ที่พักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,218 คน 
พบว่า ประชาชนร้อยละ 55.7 ไม่ทราบว่าวันที่ 29 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ขณะที่ร้อยละ 44.3 บอกว่าทราบ ทั้งนี้ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.7 เห็นว่าการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤติและ ควรช่วยรณรงค์อย่างจริงจัง และมีเพียงร้อยละ 15.3 เท่านั้นที่เห็นว่าปัจจุบันไม่ได้อยู่ ในขั้นวิกฤติจึงไม่จำเป็นต้องมีการรณรงค์


สำหรับผู้ที่มีอิทธิพลต่อการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันมากที่สุด คือ ดารา-นักร้อง (ร้อยละ 36.0) รองลงมาร้อยละ 33.3 คือ สื่อมวลชน-นักข่าว และร้อยละ 19.2 คือครู-อาจารย์ ส่วนแหล่งที่มักจะพบเห็นการใช้ภาษาไทยที่สะกด ออกเสียงผิดเพี้ยนไป หรือคำแปลกๆ บ่อยที่สุดนั้น ร้อยละ 77.4 บอกว่าเห็นจากการคุยไลน์ และการเขียนคอมเมนท์ผ่าน เฟซบุ๊ครองลงมาร้อยละ 15.8 เห็นจากการพูดคุยตามๆ กันในหมู่เพื่อนๆ และ ร้อยละ 6.8 เห็นจากพิธีกร ตัวละครในทีวีภาพยนตร์

ทั้งนี้ร้อยละ 38.8 ให้เหตุผลที่มักนิยมใช้ภาษาไทยผิดเพี้ยนไปในสังคมออนไลน์ ว่าใช้ตามๆ กันจะได้เกาะกระแส รองลงมาร้อยละ 32.4 ให้เหตุผลว่า สะกดง่าย สั้น และสื่อสารได้เร็ว และร้อยละ 26.9 ให้เหตุผลว่าเป็นคำที่ใช้แล้วรู้สึก ขำ คลายเครียดได้

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่เห็นการพูดหยาบคายของตัวละครทีวี ภาพยนตร์ หรือการโพสต์ ข้อความหยาบคายผ่านสังคมออนไลน์ พบว่า ประชาชนร้อยละ 65.9 รู้สึกว่ารับได้แต่บางครั้งก็มากเกินไป รองลงมาร้อยละ 25.6 รู้สึกว่ารับได้ และมีเพียงร้อยละ 8.5 เท่านั้นที่รู้สึกว่ารับไม่ได้เลย

สุดท้ายประชาชนร้อยละ 55.0 เชื่อว่าการให้สื่อมวลชน นักร้อง นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง มาร่วมรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องจะสามารถสร้างจิตสำนึกให้เกิดความนิยมใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องได้ ขณะที่ร้อยละ 14.0 เชื่อว่าไม่ได้ และร้อยละ 31.0 ไม่แน่ใจ

Cr.mthai.com 

สังฆทานหลอกตาผู้บริโภค!!


แฟนเพจเฟซบุ๊ค vKizz.com ได้มีการเผยแพร่ภาพ กล่องสังฆทาน ที่ภายในกลวงโบ๋ แต่หากดูจากภายนอกกล่อง ก็จะเป็นชุดสังฆทานปกติทั่วไปเหมือนมีสิ่งของบรรจุอยู่ภายในเต็มกล่องแต่เมื่อเปิดดูกับพบว่า ภายในกล่อง มีสิ่งของเพียงไม่กี่ชิ้น ซึ่งผู้ทำชุดสังฆทานดังกล่าว ได้ใช้วิธีนำสิ่งของแปะตามขอบกล่องเพื่อปิดความโป่งใส ไม่ให้สิ่งของหลุดออกจากขอบกล่อง ผู้ซื้อก็จะไม่เห็นถึงช่องว่างภายในกล่อง หากผู้ซื้อสังเกตเพียงภายนอกอาจเข้าใจผิดว่า ในกล่องดังกล่าวคงจะมีของบรรจุอยู่จนเต็มกล่อง

                                              

หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า การทำบุญถ้ายังหลอกลวงกันเช่นนี้ ก็จะไม่ได้บุญ การหากินกับพระเช่นนี้ถือว่าเป็นบาป ต้องคิดไตร่ตรองและตรวจสอบก่อนซื้อให้มากขึ้นแล้ว 
                                                                                      Cr.mthai.com

ชื่อเต็มๆของกรุงเทพฯ


กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

                                            

กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา
City of Angels, Great City of Immortals,

มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
Magnificent City of the Nine Gems, Seat of the King,

อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต
City of Royal Palaces, Home of the Gods Incarnate,

สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์
Erected by Visvakarman at Indra's Behest.

รู้ไว้ไม่เสียหลาย

ภาษาฝรั่งเศส ภาษาดัตช์ ภาษาอิตาเลียน


ภาษาฝรั่งเศส
สวัสดี Bonjour บง ชูร์

ขอบคุณ Merci แมค ซี่

ขอโทษ Pardon ปาร์ค ดอง

กรุณา S'll vous plait ซิล วู เปล

สบายดีไหม Comment ca va? กอมมอง ซา วะ

กี่โมงแล้ว Quelle heure est il/ แกล เลอร์ เอ ติล

อยู่ที่ไหน Ou est…? อู เอ...

ลาก่อน Au revoir โอ เครอะ วัว


ภาษาดัตช์ 
ยินดีต้อนรับ Welkom เวลคัม

สวัสดี Hallo ฮัลโหล

ขอบคุณ Bedankt เบอะดั๊งคท์

ขอโทษ Pardon ปาร์ดง

ไม่เป็นไร Geen dank เคน ดั๊งค์

ด้วยความเต็มใจ Graag gedaan คร้าค เคอดาน

ดอกทิวลิป tulp ทึลป์

คุณ (ผู้ชาย) meneer เมอะเนียร์

คุณ (ผู้หญิง) mevrouw เมอะเฟราว์

สาววัยรุ่น meisje เมิ้ยสเชอะ

หนุ่มวัยรุ่น jongen ยงเงิ่น


ภาษาอิตาเลียน
สวัสดี Salve ซาลเว

สวัสดี (ทักทาย) ciao เชา

สวัสดีตอนเช้า Buongiorno บุอนจอโน

ราตรีสวัสดิ์ Buonanotte บุอนนา นอตเต

ลาก่อน addio อาดดิโอ

พบกันใหม่ Ci vediamo ชิ เวดิอาโม

สบายดีมั้ย Come stai โคเม สไต

เป็นไงบ้าง Come va โคเม วา

สบายดี Bene เบเน

ก็งั้นๆ cosi cosi โคซิ โคซิ
                                                                                                                                   Cr.yenta4.com

ย้ำกันอีกครั้ง!! ภาษาฝรั่งเศสสำคัญมากกว่าที่คุณคิด


                                                       

ทำไมถึงต้องเรียนภาษาฝรั่งเศส ?
เพราะภาษาฝรั่งเศสถูกใช้อย่างแพร่หลายมากกว่า 350 ล้านคนทั่วโลก โดยมี 54 ประเทศทั่วโลกที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักหรือภาษาที่สอง โดยผู้คนส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศต้นกำเหนิดของภาษา หรือ แคนาดา เบลเยี่ยม และสวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศสเป็นภาษาพูดที่ใช้แพร่หลายมากกว่า 5 ทวีปรองจากภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ภาษาฝรั่งเศสยังเป็นภาษาต่างประเทศที่โรงเรียนทั่วโลก มักจะเปิดสอนเป็นภาษาที่สอง รองจากภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ภาษาฝรั่งเศสยังถูกใช้เป็นภาษาราชการการประชุมและการแข่งขันระดับชาติและในองกรณ์นานาชาติเช่น United Nations, UNESCO, NATO, the Organization for Economic Cooperation and Development (OECD), the International Olympic Committee, the European Community and the International Red Cross 

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 6 ของโลก รองจาก อเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมัน จีน และอังกฤษ นอกจากนี้ยังเป็นฝรั่งเศสไม่เพียงแต่เป็นประเทศอันดับสองของ ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรเกษตรกรรม และ ธุรกิจบริการ แต่ยังเป็นผู้นำทางสินค้าแฟชั่นชั้นสูง เครื่องจักรและเครื่องยนต์รวมทั้งสินค้าทางด้านเทคโนโลยี ในโลกของการลงทุน ประเทศฝรั่งเศสมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากเป็นอันดับสาม ของโลกนอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวจากทั่งโลกเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่าประเทศใดๆในโลก

ถ้าคุณกำลังเตรียมตัวเพื่อสอบวัดระดับทักษะทางภาษาภาษาฝรั่งเศสระดับนานาชาติ ทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการเพิ่มความมั่นใจเรียนรู้กับทักษะภาษาฝรั่งเศสที่จำเป็นในการสอบ นักเรียนที่เรียนภาษาฝรั่งเศสส่วนมากจะเตรียมพร้อมสำหรับการสอบ DELF exam เป็นการทดสอบที่เทียบเท่ากับการทดสอบทักษะ 4 ด้าน คือ ความเข้าใจกับการพูด ความเข้าใจกับการเขียน และสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อจะเตรียมตัวสำหรับ DALF exam ซึ่งเป็นข้อสอบวัดความเข้าใจในภาษาฝรั่งเศสเพื่อศึกษาต่อ เรียนต่อโทในระดับมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสทั่วโลก

บทสทนาซื้อของ




1. I am looking for some silk pillow cases. 
ผม/ฉันกำลังมองหาปลอกหมอนผ้าไหมอยู่ ครับ/ค่ะ 

2. Is this good quality? 
ของคุณภาพดีหรือเปล่าครับ/คะ 

3. Is this real silk? 
ผ้าไหมแท้หรือเปล่าครับ/คะ 

4. This is too expensive. 
แพงจังครับ/ค่ะ 

5. Do you have a name card? 
คุณมีนามบัตรไหมครับ/คะ 

6. Is this pre-used? 
นี่ของมือสองหรือเปล่าครับ/คะ 

7. How much does it cost? 
ราคาเท่าไหร่ครับ/คะ 

8. It costs 1000 baht. 
ราคาหนึ่งพันบาท ครับ/ค่ะ 

9. Could you lower the price a little bit? 
ลดหน่อยได้ไหมครับ/คะ 

10. Could I have a 20 percent discount? 
ลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้ไหมครับ/คะ 

11. Do you have a calculator? 
มีเครื่องคิดเลขไหมครับ/คะ 

12. I can only spend 600 baht. 
มีแค่หกร้อยบาทเองครับ/ค่ะ 

13. I will come back later. 
ไว้มาใหม่แล้วกันครับ/ค่ะ 

14. Where is an ATM? 
ตู้เอทีเอ็มอยู่ตรงไหนครับ/คะ 

15. What else do you have? 
มีอย่างอื่นอีกไหมครับ/คะ 

16. Where else can I buy this? 
หาซื้อได้ที่ไหนอีกบ้างครับ/คะ 

17. How old is this? 
ของเก่าแค่ไหนครับ/คะ 

18. Do you have this in a larger size? 
มีไซส์ใหญ่กว่านี้ไหมครับ/คะ 

19. Do you have this in a smaller size? 
มีไซส์เล็กกว่านี้ไหมครับ/คะ 

20. Do you have this in blue? 
มีอย่างนี้สีฟ้าไหมครับ/คะ
                                                                                                                     cr.langhub

การอ่านเวลาของภาษาอังกฤษ

                 
                                                

1.ระบบเวลาแบบ 12 ชั่วโมง (12-hour clock) 

-ใช้เลข 1 ถึง 12 ตามด้วย a.m.หรือ p.m. ต่อท้าย

-หากเป็นเวลาเต็มชั่วโมงเติมคำว่า “O’clock” ตามหลังเลขชั่วโมงนั้นๆ
ex. It’s nine O’clock now. = ขณะนี้เป็นเวลาเก้านาฬิกา

-ต้องการย้ำถึงเวลา ก็อาจจะเติมคำว่า “sharp” ลงไปด้วย
ex. See you tomorrow at six o’clock sharp = แล้วเจอกันพรุ่งนี้ ตอนหกโมงตรง

-หากเป็นเวลาที่ผ่านชั่วโมงมาแล้ว แต่ไม่เกินสามสิบนาที ให้ใช้คำว่า “past” เข้ามาช่วยในการบอกเวลา
ex. 9.15 = A quarter past nine / nine fifteen
      9.30 = Half past nine / Six thirty

-หากเป็นเวลาmujเกินสามสิบนาทีมาแล้วใช้คำว่า “to” เข้ามาช่วย
ex. 6.45 = A quarter to seven / Six forty-five
     6.35 = Twenty-five (minutes) to seven / Six thirty-five

-การอ่านเวลาแบบระบุเวลาเช้า เย็น เป็นวิธีที่ง่ายและเป็นที่นิยมมาก
2.ระบบเวลาแบบ 24 ชั่วโมง (24-hour clock) 
-เป็นวิธีการบอกเวลาที่ใช้ในหมู่ทหาร หรือ ในการประชุมทางการต่างๆ เพื่อป้องกันการสับสนในการบอกเวลา 
-ใช้เลข 1 ถึง 23 และ เลข 00 ในเวลาเที่ยงคืน 
-ม่มี a.m. / p.m. ตามหลัง
ex. 20.00 = twenty hundred
     02.09 = oh two oh nine / zero two zero nine
     00.26 = midnight twenty-six

คำคมวันละครั้ง..

                                           “If you love two people, you don't love either one enough.”

                          ถ้าคุณรักใครสองคนพร้อมกัน นั่นหมายถึงคุณไม่ได้รักใครอย่างแท้จริงเลย

ชื่อภาษาอังกฤษวันสำคัญของไทย

ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
1 มกราคม
วันขึ้นปีใหม่
1 January
New Year’s Day
มกราคม*
- วันเด็กแห่งชาติ(วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม)
January*

Children's Day
(The 2nd Saturday of January)

14 มกราคม
- วันอนุรักษ์ทรัพยากร    ป่าไม้ของชาติ
14 January
National Forest
16 มกราคม
- วันครู
16 January
Teacher’s Day
17 มกราคม
- วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
17 January

Phor Khun    Ramkhamhaeng
the Great’s Day

18 มกราคม
- วันกองทัพไทย
18 January
Thai Army’s Day
2 กุมภาพันธ์
วันนักประดิษฐ์แห่งชาติ
2 February
Inventor’s Day
กุมภาพันธ์*

- วันวันตรุษจีน
(วันที่หนึ่งของปฏิทินจีน)

February*

Chinese New Year’s Day
(The 1st day of the Chinese calendar)

14 กุมภาพันธ์
- วันวาเลนไทน์
14 February
Valentine’s Day
กุมภาพันธ์**

- วันมาฆบูชา
(วันเพ็ญเดือนสาม)

February**

Makha Bucha Day
(Full moon, 3rd Thai lunar month)

24 กุมภาพันธ์
- วันศิลปินแห่งชาติ
24 February
National Artist Day
13 มีนาคม
- วันช้างไทย
13 March
Thai Elephant Day
2 เมษายน
- วันอนุรักษ์มรดกไทย
2 April
Thai Heritage Conservation Day
เมษายน*
- วันเชงเม้ง
April*
Ching Ming Day
6 เมษายน
- วันจักรี
6 April
Chakri Memorial Day
13-15 เมษายน
- วันสงกรานต์
13-15 April
Songkran Festival Day
25 เมษายน
- วันคล้ายวันสวรรคต    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
25 April
Naresuan Day
1 พฤษภาคม
- วันแรงงานแห่งชาติ
1 May
National Labour Day
5 พฤษภาคม
- วันฉัตรมงคล
5 May
Coronation Day
13 พฤษภาคม
- วันพืชมงคล
13 May
Royal Ploughing Ceremony Day
พฤษภาคม**

- วันวิสาขบูชา
(วันเพ็ญเดือนหก)

May**

Visakha Bucha Day
(Full moon, 6th Thai lunar month))

19 พฤษภาคม
- วันต้นไม้แห่งชาติ
19 May
National Tree Day
31 พฤษภาคม
- วันงดสูบบุหรี่โลก
31 May
World No Tobacco Day
5 มิถุนายน
- วันสิ่งแวดล้อมโลก
5 June
World Environment Day
26 มิถุนายน
- วันสุนทรภู่
26 June

Sunthornphu Day
/Soonthornphu Day

1 กรกฎาคม
- วันลูกเสือแห่งชาติ
1 July
National Scout Day
11 กรกฎาคม
- วันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
11 July

King Naraithe Great’s Day

กรกฎาคม**

- วันอาสาฬหบูชา
(วันเพ็ญเดือนแปด)

July**

Asarnha Bucha Day
(Full moon, 8th Thai lunar month)

กรกฎาคม**

- วันเข้าพรรษา
(วันแรม 1 ค่ำ เดือนแปด)

July**

Buddhist Lent Day
(First waning moon, 8th Thai lunar month)

29 กรกฎาคม
- วันภาษาไทยแห่งชาติ
29 July
National ThaiLanguage Day

1 สิงหาคม
- วันสตรีไทย
1 August
Thai Women’s Day
12 สิงหาคม
- วันเฉลิมพระชนมพรรษา    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
12 August
H.M.The Queen's Birthday
สิงหาคม*
- วันสารทจีน
August*
Chinese Ghost Festival
16 สิงหาคม
- วันสันติภาพไทย
16 August
Thai Peace Day
18 สิงหาคม
- วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
18 August
National Science Day
กันยายน*
- วันไหว้พระจันทร์
September*
Moon Festival/Moon Day
20 กันยายน
- วันเยาวชนแห่งชาติ
20 September
National Youth Day
24 กันยายน
- วันมหิดล
24 September
Mahidol Day
กันยายน*
- วันสารทไทย
September*
Thai Ghost Festival
กันยายน*
- เทศกาลกินเจ
September*
Vegetarian Festival
5 ตุลาคม
- วันนวัตกรรมแห่งชาติ
5 October
Innovation Day
ตุลาคม**

- วันออกพรรษา
(วันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด)

October**

End of BuddhistLent Day
(Full moon, 11th Thai lunar month )

ตุลาคม**
- เทศกาลออกพรรษา    ตักบาตร เทโวเริ่มกฐินกาล
October**
Robes Offering Ceremony Start
13 ตุลาคม
- วันตำรวจแห่งชาติ
13 October
Day of the National Police
19 ตุลาคม
- วันเทคโนโลยีไทย
19 October
Thai Technology Day
23 ตุลาคม
- วันปิยมหาราช
23 October
Chulalongkorn    Memorial Day
พฤศจิกายน**

- วันลอยกระทง
(วันเพ็ญเดือนสิบสอง)

November**

Loy Krathong Day/Loy Krathong Festival
(Full moon, 12th Thai lunar month)

14 พฤศจิกายน
- วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
14 November
Father of the Royal Rainmaking Day
20 พฤศจิกายน
- วันกองทัพเรือ
20 November
Navy Day
4 ธันวาคม
- วันสิ่งแวดล้อมไทย
4 December
Thai Environment Day
5 ธันวาคม
- วันเฉลิมพระชนมพรรษา    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
5 December
H.M. The King’s Birthday
10 ธันวาคม
- วันรัฐธรรมนูญ
10 December
Constitution Day
16 ธันวาคม
- วันกีฬาแห่งชาติ
16 December
National Sport’s Day
25 ธันวาคม
- วันคริสต์มาส
25 December
Christmas Day
26 ธันวาคม
- วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
26 December
Nation Wildlife Protection Day
31 ธันวาคม
- วันสิ้นปี
31 December
New Year’s Eve

cr.dek-d